เที่ยวตุรกี ห้ามพลาด 8 สถานที่ท่องเที่ยว ของดินแดนสองทวีป

0
13
เที่ยวตุรกี

“ตุรกี” ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนสองทวีปเนื่องจากพื้นที่ของประเทศตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป โดยมี “อิสตันบูล” อดีตเมืองหลวงของตุรกีเป็นเมืองที่เชื่อมพื้นที่ระหว่างสองทวีปเอาไว้ แม้พื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 90% จะอยู่ฝั่งเอเชีย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประชาชนชาวตุรกีนั้นได้รับวัฒนธรรมของชาวยุโรปมาค่อนข้างมาก ทั้งยังเป็นดินแดนที่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มอยู่อาศัยมาตั้งแต่ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล

ประเทศตุรกี | Turkey

ทำให้ตุรกีมีร่องรอยอายรธรรมโบราณมากมาย ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์และมหากาพย์ที่หลายคนเชื่อว่าถูกแต่งขึ้นมาอย่างมหาสงครามกรุงทรอยก็พบว่ากรุงทรอยนั้นตั้งอยู่ในตุรกีเช่นเดียวกัน ด้วยความที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติปละประวัติศาสตร์ ทำให้ตุรกีเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สำคัญคนไทยสามารถไป เที่ยวตุรกี ได้ง่ายมากเพราะไม่ต้องทำวีซ่า โดยเที่ยวได้ยาวๆถึง 30 วัน เรียกว่าไปเที่ยวที่นี่ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับเอกสารเลย ว่าแต่จะไปเที่ยวที่ไหนดีบ้าง? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปตะลุยแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศตุรกีกัน ไปกันเลยยย

8 สถานที่ท่องเที่ยวตุรกี ที่ห้ามพลาด

ฮายาโซฟีอา Mosque of Hagia Sophia : Istanbul

ฮายาโซฟีอา : Mosque of Hagia Sophia

มหาวิหารแห่งนี้เคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โทดอกซ์มาก่อน ซึ่งนับเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของศาสนาคริสต์นิกายนี้ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นมัสยิดในภายหลัง ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย จุดเด่นของโบสถ์แห่งนี้คือก่อสร้างด้วยศิลปะกรีกโรมันผสมเปอร์เซีย ทำให้สถาปัตยกรรมทั้งภายนอกภายในสวยงามอลังกายมาก ใครที่ไปเที่ยวตุรกี ไม่ควรพลาดที่นี่

 

ปามุกคาเล : Pamukkale

ปามุกคาเล : Pamukkale

ปามุคคาเล่ (Pamukkale) น้ำตกหินปูนสีขาวแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ปราสาทปุยฝ้าย” เป็นน้ำตกที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่เต็มไปด้วยแร่หินปูน เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมาที่ผิวดิน จึงเกิดปฏิกิริยาขึ้นทำให้น้ำตกมีสภาพเป็นริ้วซ้อนกันหลายชั้น แต่ละชั้นยังประกอบไปด้วยแอ่งน้ำหลายแห่ง น้ำมีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้บางจุดอุ่นมากพอที่จะลงไปแช่ตัวแช่น้ำเท้าได้ น้ำตกแห่งนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน

 

เกอเรเม : Goreme

เกอเรเม : Goreme

มาเที่ยวตุรกีทั้งนี้จะพลาดไฮไลท์ของที่นี่ไม่ได้ เพราะเมือง Cappadocia เป็นเมืองแห่งอารยะธรรมมากมาย แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เป็นเส้นทางซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ทอดยาวไปถึงเมืองจีน ภูมิประเทศมีความพิเศษเพราะเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ เกิดการทับถมของเถ้าและฝุ่นดินต่างๆจนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา ซึ่งจะมองเห้นได้อย่างชัดเจนหากขึ้นไปบนบอลลูน เพราะฉะนั้นทัวร์บอลลูนที่นี่จึงมีชื่อเสียงอย่างมาก

 

เอฟิซัส : Ephesus

เอฟิซัส : Ephesus

เมืองสมัยกรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเมืองโรม ปัจจุบันถูกดูแลรักษาอย่างดี ทำให้โบราณสถานหลายจุดยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ซึ่งสิ่งที่เหลืออยู่นี่เองที่บ่งบอกความรุ่งเรืองสมัยอดีตของเมืองได้เป็นอย่างดี มีสถานที่ให้เดินเที่ยวชมหลายจุด เช่น หอสมุดเซลซุส โรงละคร โรงอาบน้ำ จุดบูชาเทพเจ้า เป็นต้น

 

มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด : Sultan Ahmet Camii

มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด : Sultan Ahmet Camii

มัสยิดสุลต่านอาเหม็ดหรือมัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี ที่มีชื่อเรียกแบบนี้ก็เพราะว่าการแตกแต่งของมัสยิดทั้งภายในและภายนอกใช้สีฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะกระเบื้องบนกำแพงและบนหลังคา มัสยิดมีหอสวดมนต์ 7 หอ การจัดวางอาคารออกแบบเป็นรูปตัว U สวยงาม ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีแต่จะต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมัสยิดแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาอยู่นั่นเอง

 

Kaymakli Underground City

Kaymakli Underground City

นอกจากทัศนียภาพบนพื้นดินแล้ว ที่เมืองคัปปาโดเชียยังมีสิ่งมหัศจรรย์อยู่ใจ้พื้นดินด้วย นั่นก็คือนครใต้ดินนั่นเอง นครแห่งนี้เกิดจากการพยายามสร้างเมืองใต้ดินเพื่อเป็นหลุมหลบภัยยามสงคราม แต่สงครามนั้นยืดเยื้อยาวนานทำให้การขุดเมืองดำเนินการไปเรื่อยๆจนกระทั่งเกิดเมืองใต้ดินหลายแห่ง โดยเมืองที่ใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า “เดอรินกูยู” ซึ่งลึกถึง 85 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น ประกอบไปด้วยโรงเรียน โบสถ์ โรงเก็บไวน์ บ่อน้ำและอีกมากมายที่ยังไม่ได้สำรวจ นับว่าเป็นสถานที่ที่แสดงถึงความมหัศจรรย์ของคนยุคก่อนจริงๆ

 

พระราชวังโทพคาปึ : Topkapi Palace

พระราชวังโทพคาปึ : Topkapi Palace

พระราชวังทอปกาปีเคยเป็นวังที่สุลต่านและบริการวารพำนักมาหลายศตวรรษ ปัจจุบันนี้ยังเป็นสถานที่รับราชการที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญและยังเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่เปิดให้เข้าชมด้วย ภายในจัดแสดงสมบัติล้ำค่ามากมาย ทั้งข้าวของเครื่องใช้ อาวุธ เครื่องประดับและเครื่องบรรณาการจากราชวงศ์อื่นๆทั่วโลก นอกจากการเดินเที่ยวชมภายในพระราชวังแล้ว ยังมีจุดชมวิวที่สามารถชมวิวเมืองอิสตันบูลได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

 

ตลาดแกรนด์บาซาร์ : Grand Bazaar

ตลาดแกรนด์บาซาร์ : Grand Bazaar

ปิดท้ายกันที่ตลาดเพื่อเอาใจสายช็อปกันบ้าง ซึ่งตลาดแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะว่า Grand Bazaar เป็นตลาดที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะก่อตั้งมานานกว่า 1,500 ปี มีร้านค้ามากกว่า 5,000 ล้าน มีพนักงานขายกว่า 26,000 คน มีนักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งในแต่ละวัน 2-4 แสนคน นับเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกซื้อเยอะจุใจแบบเดินวันเดียวไม่ทั่วแน่นอน ใครมาเที่ยวที่นี่ต้องกำเงินไว้ให้แน่น ไม่อย่างนั้นมีตัวเบาออกจากตลาดกันอย่างแน่นอน ที่สำคัญนอกจากร้านรวงต่างๆที่แน่นถนัดแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีน้ำพุ มัสยิดรวมไปถึงมหาวิทยาลัยอิสตันบูลอันเป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่งที่เก่าแก่ติดอันดับโลกอีกด้วยนะ


ตุรกีเป็นประเทศที่มีความรุ่มรวยทางการท่องเที่ยวมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ จะเที่ยวชมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์หรือศิลปะก็มีครบหมด แถมเดินทางได้แบบฟรีวีซ่า ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูง สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเก็บค่าเจ้าชมเพียงหลักร้อยต้นๆเท่านั้น ซึ่งนับว่าถูกมาก การได้ไป เที่ยวตุรกี จึงคุ้มค่าสุดๆ